ในบรรดาธุรกิจแนวหน้าของสังคมปัจจุบันนี้
จะมีกี่ร้านที่ให้การบริการแบบครบวงจร และเป็นธุรกิจดาวรุ่งกำลังมาแรงและได้รับความสนใจจากเถ้าแก่ใหม่ในขณะนี้
เพราะความต้องการของคนเมืองที่อยากแสวงหาความสะดวก รวดเร็วในชีวิตประจำวันมากขึ้นอีกทั้งยังเป็นธุรกิจที่มีค่าใช้จ่ายระหว่างดำเนินการต่ำ
แต่สามารถสร้างเม็ดเงินเข้ากระเป๋าได้รอบด้าน วันนี้ขอแนะนำ
การรวมธุรกิจบริการหลายอย่างไว้ด้วยกันแบบครบวงจร จุดเริ่มต้นความแตกต่างทางธุรกิจนั้น
คือสิ่งสำคัญร้านสารพัดบริการภายใต้แนวคิดของคุณจิรภัทร
สำเภาจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วินเซ็นท์ เซ็นเตอร์เซอร์วิส
กรุ๊ป จำกัด เล่าถึงที่มาของธุรกิจนี้ว่า เดิมตนทำธุรกิจด้านการเกษตร
ซึ่งในระยะหลังประสบกับปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำในปี
2545 จึงเริ่มมองหาธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้โดยเงินลงทุนไม่สูงมาก
และเล็งเห็นถึงศักยภาพของธุรกิจรับบริการย่อยที่มีอยู่ในลักษณะของการเปิดร้านเดี่ยว
น่าจะสามารถรวมกันในร้านเดียวกันได้ ซึ่งอาจจะช่วยประหยัดต้นทุนค่าดำเนินงานลงได้มาก
ก ารรวมเอาการบริการหลากหลายประเภทมารวมกัน ทำให้ต้นทุนไม่สูงไม่สิ้นเปลืองพื้นที่
ไม่ต้องสต๊อกสินค้า และใช้บุคลากรน้อยมาเป็นโจทย์ในการเริ่มทำธุรกิจนี้
ดังนั้นจึงเริ่มเปิดร้านต้นแบบขึ้นมาทดลองทำ แต่พบว่าการบริหารจัดการธุรกิจหลายอย่างพร้อมกันพบว่ามันวุ่นวายมาก
เพราะมีวิธีการปฏิบัติแตกต่างกัน และต้องคอยระมัดระวังความผิดพลาดรั่วไหล
อีกทั้งจะมีการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์บริหารธุรกิจสารพัดบริการขึ้นมา
เพื่อเป็นการช่วยควบคุมการทำงานในร้านทั้งระบบ เพื่อขจัดความผิดพลาดและปัญหาทั้งหมด
นายจิรภัทร
เล่าว่าธุรกิจร้านสารพัดบริการเป็นธุรกิจใหม่ ซึ่งอยู่ภายใต้แนวคิดการบริการแบบครบวงจรสู่กลุ่มลูกค้า
นับจากที่เคยทำธุรกิจด้านเกษตรแนวใหม่ โดยการดำเนินธุรกิจด้านเกษตรอินทรีย์เชิงบูรณาการเป็นหลัก
ก่อนจะมาเป็นธุรกิจวินเซ็นท์ เซ็นเตอร์ อย่างเต็มรูปแบบ
ต่อจากนั้นก็มีการพัฒนารูปแบบขึ้นมา โดยเริ่มจากการเป็นผู้รับวางระบบ
ที่ปรึกษาธุรกิจไปรษณีย์ รวมไปถึงกลุ่มประกันภัย จวบจนปัจจุบัน
วินเซ็นท์ได้ดำเนินกิจการเข้าสู่ปีที่ 4ด้วยระบบธุรกิจกึ่งแฟรนไชส์
และแตกแขนงออกไปสู่ธุรกิจใกล้เคียงที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ร่วมลงทุนอีกหลายประเภท
ทั้งนี้การเปิดร้านสารพัดบริการแบบครบวงจรภายใต้การดูแลของวินเซ็นท์เองซึ่งลงทุนครั้งแรกก็มีการลงทุนมากพอสมควร
แต่คอนเซ็ปต์ของเรานั้นต้องการที่จะเน้นเป็นรูปแบบบริการอย่างครบวงจร
โดยการใช้พนักงานน้อยที่สุด และ สถานที่ต้องมีคนพลุกพล่าน
หรือเป็นแหล่งชุมชนที่คนเดินผ่านไปผ่านมา เพื่อที่จะทำให้การบริการของเราเข้าสู่สังคมได้สะดวกรวดเร็ว
และสามารถรตอบรับความต้องการของลูกค้าที่อัตราขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
รวมไปถึงจะสามารถสร้างรายได้เพิ่มตามไปด้วย
สำหรับประเภทสินค้าที่ให้บริการของวินเซ็นท์นั้นมีด้วยกัน
6 ประเภท ประกอบด้วย
1. บริการงานไปรษณีย์ ชุมชนเพื่อที่จะจำหน่ายสินค้าไปรษณีย์
ให้บริการทางไปรษณีย์ทั้งในและต่างประเทศแบบครบวงจร
2. บริการจุดรับชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น การบริการชำระค่าสารธารณูปโภค
ค่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ ค่าบัตรสินเชื่อทุกสถาบัน ค่าบัตรเครดิตทุกธนาคาร
ชำระเบี้ยประกันชีวิต บริการรับผากโอนเงินเข้าบัญชี
และปรับสมดุลบัญชีทุกธนาคาร และจุดรับบริการค่าสินค้าต่างๆ
เป็นต้น
3. การบริการจองตั๋วเดินทางด้วยระบบออนไลน์
4. การบริการศูนย์ประกันวินาศภัยและบริการด้านรถยนต์
5. ศูนย์การบริการถ่ายเอกสาร
6. การบริการถ่ายรูปด่วน และการบริการด้านธุรกิจอื่นๆ
ที่สามารถเปิดร่วมได้ภายหลัง เพื่อต้องการต่อยอดในการขยายธุรกิจให้มีความหลายหลาก
โดยใช้ระบบควบคุมการดำเนินงานแบบเดียวกัน
จุดเด่นในการให้บริการของวินเซ็นท์นั้น เป็นธุรกิจที่สามารถประกอบการในสถานที่แห่งเดียวแต่สามารถใช้ประโยชน์แบบครบวงจรที่อำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า
ไม่ต้องเสียเวลาไปหลายสถานที่ นับเป็นการประหยัดเวลา รวมทั้งมีระบบการบริหารที่ความเหมาะสม
ทั้งนี้มีการตรวจสอบระบบธุรกิจ และระบบทุจริตของพนักงานอย่างเข้มงวด
นอกจากจะมีการลดอุปกรณ์ในสำนักงานแล้ว ยังใช้พนักงานน้อยตามไปด้วย
เพื่อประหยัดต้นทุนเรื่องค่าใช้จ่าย
สำหรับกลุ่มผู้ลงทุนเปิดร้านสารพัดบริการ ซึ่งทางวินเซ็นท์จะดูแลด้านการเป็นที่ปรึกษา
จัดการ ดำเนินการวางแผน ออกแบบ และตกแต่งร้านให้นั้น มีข้อดีคือ
การบริหารงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ให้บริการรวดเร็ว ลดความผิดพลาด
ได้รับความเชื่อถือจากลูกค้า มีหลักฐานการทำรายงานชัดเจน
และสามารถตรวจสอบการทุจริตของพนักงานได้ อีกทั้งพนักงานไม่จำเป็นต้องมีความชำนาญเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษก็สามารถปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่องจากโปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อธุรกิจร้านสารพัดบริการโดยตรง
ใช้งานง่าย และประหยัดค่าจ้างได้
ทั้งนี้
ยังสามารถเลือกรูปแบบการบริการที่เหมาะสมกับพื้นที่ของร้านได้
ซึ่งทางวินเซ็นท์มีการแนะนำการจัดการด้านเอกสารของร้านให้เป็นระบบระเบียบง่ายต่อการค้นหา
เพื่อสอดคล้องกับเทคนิค ข้อสังเกต ข้อละเว้น ในการให้บริการแต่ละประเภทอย่างชัดเจนถูกต้อง
อีกทั้งยังสามารถแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆ จากประสบการณ์จริง
รวมถึงการสอนเทคนิคในการประชาสัมพันธ์ และสามารถสร้างความประทับใจแก่ลูกค้าเพิ่มมากขึ้น
การลงทุนในธุรกิจร้านสารพัดบริการของวินเซ็นท์เริ่มต้นที่
255,000-450,000 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนประเภทบริการในร้าน
ทำเลและการตกแต่ง ซึ่งผู้ลงทุนมีสิทธิ์เลือกให้เหมาะสมกับรูปแบบการลงทุนและกลุ่มลูกค้าในพื้นที่นั้น
ๆ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ผู้ลงทุนต้องคำนึงถึงเป็นข้อแรก
คือทำเลต้องมีการไหลเวียนของผู้คนในแต่ละวันสูง เช่นห้างสรรพสินค้า
ตลาดสด เป็นต้น ทั้งนี้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจและการตกแต่ง
โดยราคาก็จะอยู่ประมาณ 2-4 แสนบาทขึ้นไป มีการพิจารณาแล้วในการร่วมทุน
ของวินเซ็นท์เองว่ามีความเสี่ยงน้อยมาก และมีอัตรผลตอบแทนเฉลี่ยแล้วประมาณ
50-100%
นอกจากนี้สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งของการทำธุรกิจร้านสารพัดบริการ
คือผู้ลงทุนต้องมีใจรักงานบริการและความตั้งใจจริง ซึ่งเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ
และเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง แม้ทุกวันนี้จะมีคู่แข่งในธุรกิจสารพัดบริการบ้าง
แต่ตนมีความมั่นใจว่าจากประสบการณ์ตั้งแต่เริ่มต้นจะสามารถก้าวสู่ระดับมืออาชีพได้
ในอนาคต วินเซ็นท์จะมีการพัฒนาปรับรูปแบบองค์การบริการให้หลากหลายและเจาะไปยังกลุ่มลูกค้ามากขึ้น
เพื่อพัฒนาธุรกิจร้านสารพัดบริการให้หลากหลายและเจาะไปยังกลุ่มลูกค้ามากขึ้น
เพื่อพัฒนาธุรกิจร้านสารพัดบริการให้เป็นที่นิยมต่อไป
ปัจจุบันวินเซ็นท์มีสาขากว่า 45 สาขาแล้ว คาดว่าในปีนี้จะมีสาขาเพิ่มขึ้นอีกประมาณ
30 สาขา สำหรับสัดส่วนรายได้น่าจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
จากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันนั้น ไม่มีผลกระทบอะไรมากนัก
ตนมองว่าธุรกิจนี้มีแนวโน้มไปได้ไกลและเป็นตลาดที่สามารถขยายได้เพิ่มมากขึ้น
ส่วนตลาดต่างประเทศนั้นกำลังมองและศึกษาตลาดอยู่คาดว่าจะไปในแถบประเทศเพื่อนบ้านก่อน
สาเหตุที่เลือกเพราะเป็นประเทศที่การบริโภคคล้าย ๆ กับประเทศไทย
ซึ่งน่าจะสามารถเจาะตลาดแถบนี้ได้ต่อไปในอนาคต
ใครที่สนใจเกี่ยวกับร้านสารพัดบริการอย่างคุณจีรภัทร
สำเภาจันทร์ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.0-2377-4524,
0-2732-9846
|