บทความที่น่าสนใจ Article
แฟรนไซส์ (Franchise) คืออะไร
ข้อได้เปรียบของการเข้าร่วม แฟรนไชส์ คืออะไร ?
SMEs ชี้ช่องรวย
บทความจาก นสพ. บ้านเมือง
บทความจาก นสพ. โพสต์ทูเดย์
ธุรกิจหน้าลงทุนปี 49 จาก นิตยสารตั้งตัว
บทความจาก โอกาสธุรกิจ&
แฟรนไชส์
บทความจาก ชี้ช่องขุมทรัพย์
ธุรกิจ
   
   
   

เมื่อเอ่ยถึงร้านสะดวกซื้อ คงจะนึกถึงภาพร้านค้าสมัยใหม่ที่เน้นขายสินค้า แต่หากจะนึกถึงร้านที่ขายบริการหลาย ๆ อย่างแบบสะดวกซื้อ คงต้องนึกถึงผู้ปูทางธุรกิจร้านสารพัดบริการรายแรกของไทย กับธุรกิจบริการแนวใหม่ “ ร้านวินเซ็นท์ เซ็นเตอร์ เซอร์วิส” สุดยอดมินิมาร์ทด้านบริการของเมืองไทย ที่รวมบริการหลายอย่างไว้มากที่สุดในขณะนี้

จากจุดอ่อนและปัญหา จึงกลายมาเป็นจุดแข็งที่เหนือกว่า
วินเซ็นท์ เซ็นเตอร์ เซอร์วิส ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี 2545 จากการริเริ่มใน “โครงการธุรกิจพิเศษ” ของกลุ่มบริษัท ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์การเกษตรอินทรีย์เชิงบูรณาการ ภายใต้ชื่อ “Modern Agriculture Center Co.,Ltd.” ที่เบนเข็มมุ่งสู่ธุรกิจร้านสารพัดบริการ
ด้วยเหตุที่ต้องการลบจุดด้อยของบริษัทที่ทำธุรกิจด้านการเกษตร ซึ่งมีจุดอ่อนหลายประการ ดังนี้
1. ปัญหาหนี้เสียและสภาพคล่องจากการให้เครดิตให้แก่เกษตรกรและเอเย่นต์
2. ปัญหายอดขายตกจากกำลังซื้อเกษตรกรลดลง อันเนื่องมาจากฤดูกาล โรค แมลง ราคาพืชผล ฯลฯ
3. ปัญหาบุคลากรจำนวนมาก บริหารยุ่งยาก ค่าใช้จ่ายสูง
4. การสต็อกสินค้าจำนวนมาก เงินจมทุน และเปลืองค่าดูแลรักษา

คุณจิรภัทร สำเภาจันทร์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ ผู้ริเริ่มโครงการนี้ จึงเริ่มเสาะหากลวิธีที่แยบยลในการจัดการปัญหาดังกล่าวพร้อม ๆ กับการมองหาโอกาสในธุรกิจใหม่ จนกระทั่งได้แนวคิดธุรกิจด้านบริการครบวงจรที่จะทำให้ ไม่มีปัญหาเรื่องหนี้เสีย เพราะเป็นธุรกิจค้าขายเงินสด หมดปัญหายอดขายตกจากปัจจัยแปรผันต่าง ๆ เพราะเน้นขายบริการที่จำเป็นต่อพื้นฐานชีวิตเป็นหลัก ไม่ใช่ธุรกิจแฟชั่น ไม่ต้องตุนสต๊อกสินค้า เสียเวลานับสต๊อก เพราะธุรกิจบริการไม่เน้นขายสินค้า เงินจะไม่จมทุน และที่สำคัญธุรกิจแนวบริการนี้ หากวางระบบดี ๆ จะไม่ต้องใช้พนักงานมากให้ต้องวุ่นวายในการบริหาร ค่าใช้จ่ายไม่สูง นี่คือโจทย์ใหม่ที่ท้าท้ายให้เกิด ร้านบริการสมัยใหม่อย่างวินเซ็นท์ เซ็นเตอร์เซอร์วิส ขึ้นมา
จากนั้นคุณจิรภัทร ก็ได้ผันตัวเองมาพัฒนารูปแบบธุรกิจที่ใช้พนักงานจำนวนน้อย งบประมาณการลงทุนต่ำ ไม่จำเป็นต้องมีสินค้า ไม่ต้องสต๊อกสินค้า และไม่สิ้นเปลืองพื้นที่ และได้เงินสด ตามโจทย์ที่ตัวเองตั้งไว้ โดยเริ่มต้นจากการเปิดร้านวินเซ็นท์ เซ็นเตอร์เซอร์วิส แห่งแรกที่หมู่บ้านนักกีฬา ถ.กรุงเทพกรีฑา เพื่อนำร่องและทดสอบปัญหาต่าง ๆ หลังจากเปิดกิจการ ก็ประสบปัญหามากมาย ชนิดที่เรียกว่าคาดไม่ถึง เพราะเป็นธุรกิจใหม่ที่หากจะเอาบริการสารพัดมายัดแออัดไว้ในร้านเดียวแบบครบวงจรนั้น ต้องมีระบบควบคุมที่ดี ระบบการทำงานที่ต้องชัดเจนตรวจสอบได้ ต้องมีเครือข่ายธุรกิจและพันธมิตรที่เหนียวแน่นในการรองรับบริการหลาย ๆ อย่าง ต้องมีระบบการฝึกอบรมพนักงานที่ดี ต้องมีอำนาจต่อรองสูงจึงจะได้เงื่อนไขการค้าที่ดี ต้องมีการตกแต่งร้านที่ดูดี น่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความรู้ ประสบการณ์ และจำนวนร้านหลาย ๆ ร้านเข้ามาร่วมกลุ่มกันเพื่อช่วยให้มีอำนาจต่อรอง และเกิดความคุ้มค่าจากต้นทุนที่ต่ำลง

เมื่อโจทย์ต่อมาคือการสร้างเครือข่ายร้านสารพัดบริการ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุน และเกิดอำนาจต่อรอง อันจะนำพาซึ่งความเข้มแข็ง กำไร และธุรกิจใหม่ วินเซ็นท์ฯ จึงเร่งวางแนวทางการเติบโตอย่างพอเพียง
เร่งพัฒนาธุรกิจให้เข้มแข็ง ก่อนจะก้าวขึ้นสู่แฟรนไชส์คุณภาพ
คุณจิรภัทร กล่าวว่า “ เรารู้ว่าในวันนั้น เรายังไม่เข้มแข็งเต็มร้อย เราจึงยังไม่ขายแฟรนไชส์ให้ใคร แต่โจทย์ของเราคือเครือข่ายที่กว้างขวาง เราจึงเร่งวางโครงสร้างซอฟแวร์ สร้างระบบควบคุมร้านที่ทันสมัย ในวันนั้นเราเป็นรายแรกที่ทุ่มทุนพัฒนาระบบซอฟแวร์ด้วยตัวเราเองสำเร็จเป็นรายแรก โดยเราพัฒนาเอง 100% ใช้เวลาพัฒนาจากปัญหาที่เคยเจอในร้านจริง ๆ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามาก เราใช้เวลากว่า 1 ปีเศษในการพัฒนาระบบงานซอฟแวร์ เมื่อระบบเสร็จเราจึงวางการขยายเครือข่ายธุรกิจในรูปแบบงานวางระบบและที่ปรึกษา ”

วินเซ็นท์ฯ เริ่มจากการรับวางระบบและเป็นที่ปรึกษาในธุรกิจนี้ในช่วงต้น จนมีเครือข่ายของร้านที่ผ่านมือการจัดการของบริษัทฯ ไปจำนวนไม่น้อย และได้เรียนรู้ปัญหา สร้างประสบการณ์ให้กับทีมงานของบริษัทฯเป็นอย่างมาก นี่เป็นนโยบายที่ดีมาก เพราะหากบริษัทฯแม่ที่คิดจะขยายงานระบบแฟรนไชส์ในฐานะแฟรนไชส์ซอร์ ไม่เข้มแข็ง โอกาสที่แฟรนไชส์ จะล้มเหลวย่อมมีสูง
เมื่อวินเซ็นท์ฯ เข้มแข็งมากขึ้นในระยะเวลาอันรวดเร็ว ก็ได้พัฒนาขึ้นมาสู่ระบบธุรกิจกึ่งแฟรนไชส์ ซึ่งถือเป็นขั้นสุดท้าย ก่อนก้าวเข้าสู่การขยายงานแบบธุรกิจแฟรนไชส์เต็มรูปแบบในปลายปี 2547 คุณจิรภัทรกล่าวว่า “เรามั่นใจในระบบธุรกิจใหม่ของเราที่มีเครือข่ายกว้างขวาง ระบบการทำงานที่ดี ทีมงานมีประสบการณ์ระดับมืออาชีพ พร้อมจะดูแลเถ้าแก่มือใหม่ได้อย่างมั่นใจ”

ภายหลังเมื่อเซ็ทระบบการทำงานตามขั้นตอนลงตัวเป็นมาตรฐาน “วินเซ็นท์ เซ็นเตอร์เซอร์วิส” ในรูปแบบระบบธุรกิจแฟรนไชส์จึงเกิดขึ้น ซึ่งลูกค้าแฟรนไชส์ซีมั่นใจในระบบการบริหารจัดการที่ดี พนักงานในร้านมีความเข้าใจในระบบ กิจกรรมการให้บริการที่หลากหลาย ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ควบคุมความเสี่ยง เป็นธุรกิจขายงานบริการที่จำเป็นมีลูกค้าแน่นอน ตลอดจนคู่แข่งทางตรงน้อย ไม่ต้องวางแผนการตลาดที่ซับซ้อน หรือกลัวการตัดราคา
ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้าสู่ปีที่ 5 พร้อมก้าวข้ามสู่ความเป็นผู้นำในธุรกิจร้านสารพัดบริการอย่างมั่นคง ภายใต้แนวความคิดการบริการแบบครบวงจร ด้วยวิธีบริการเบ็ดเสร็จ(One Stop Service) โดยมีความสะดวก รวดเร็ว และสามารถรองรับความต้องการลูกค้าได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันก็สามารถครองความไว้วางใจจากผู้ลงทุน เกิดเป็นหลักการสร้างรายได้เพิ่มขึ้นทั้งแฟรนไชส์ซีและบริษัทเจ้าของสิทธิ์ หรือที่เรียกว่า กลยุทธ์ Win-Win Strategy และอาศัยความโปร่งใสสร้างแบรนด์อย่างยั่งยืน

บริการครบเครื่อง ตรงใจ
วินเซ็นท์ เซ็นเตอร์ เซอร์วิส แบ่งภาคการให้บริการออกเป็น 8 ประเภทได้แก่
1. บริการงานไปรษณีย์ชุมชน ทั้งในประเทศ เริ่มด้วยจดหมายในประเทศ , จดหมายลงทะเบียน ,จดหมายตอบรับ , จดหมายนำจ่ายด่วน, พัสดุไปรษณีย์ , พัสดุตอบรับ ,พัสดุนำจ่ายด่วน , พัสดุเก็บเงินปลายทางEMS , EMS ตอบรับ, ธนาณัติธรรมดา , ธนาณัติด่วนพิเศษ , ธนาณัติออนไลน์ ,ไปรษณียบัตร, ของตีพิมพ์
บริการไปรษณีย์ต่างประเทศ ประกอบด้วยจดหมายอากาศ ( Air Mail ) , จดหมายส่งทาง ภาคพื้น, โปสการ์ดระหว่างประเทศ, พัสดุย่อย , จดหมายอากาศราคาประหยัด, จำหน่ายสินค้าไปรษณีย์, แสตมป์ ,ไปรษณียบัตร ,ซองจดหมายทุกขนาด , กล่องพัสดุไปรษณีย์ ,วัสดุกันกระแทก

2. บริการจุดรับชำระเงิน( Pay Counter) ซึ่งมีความต่างและโดดเด่นอยู่ที่การบริการพิเศษสำหรับรับชำระค่าใช้จ่าย ในกรณี บิลค้างชำระ บิลถูกระงับ บิลหาย หรือบิลมีปัญหาแบ่งออกเป็น

1. รับชำระค่าสาธารณูปโภค อย่าง ค่าน้ำประปา, ค่าไฟฟ้า, ค่าอินเตอร์เน็ต,ค่าโทรศัพท์ในและต่างประเทศ
2. ค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบต่างๆ
3. บริการรับชำระค่าบัตรสินเชื่อ,สินเชื่อส่วนบุคคล
4. บริการรับชำระค่าบัตรเครดิตทุกธนาคาร
5. บริการรับชำระเบี้ยประกันชีวิต
6. รับฝากโอนเงินเข้าบัญชี ทุกธนาคาร ตลอดจนการปรับสมุดบัญชี ทุกธนาคาร
7. รับชำระค่าสินค้า อาทิ ชำระค่างวดรถ ฯลฯ

3. บริการจองตั๋วเดินทาง (Travel Booking) สามารถจองตั๋วรถทัวร์ รถไฟ เครื่องบินได้ทุกสายการบิน โดยระบบการจองมีเจ้าหน้าที่ดูแลการออกตั๋วให้ เนื่องจากตั๋วเครื่องบินมีเงื่อนไขการขายที่ยุ่งยาก

4. ศูนย์ประกันวินาศภัยและบริการด้านรถยนต์ ทำพ.ร.บ. (ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ), ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1-4 (ภาคสมัครใจ), ประกันวินาศภัยอื่นๆ ตั้งแต่อัคคีภัย อุบัติเหตุ เบ็ดเตล็ด และบริการต่อทะเบียนประจำปี (ชำระภาษี) , ชำระค่าปรับจราจร โดยมีบริษัทประกันภัยรองรับทั้งสิ้น 9 บริษัท

5. ศูนย์ถ่ายเอกสารครบวงจร( Copy Center Service) บริการถ่ายเอกสาร ,รับ – ส่งแฟกซ์ทั่วประเทศ ,แปลภาษาต่างประเทศ ,เคลือบบัตรด้วยพลาสติกทุกขนาด ,บริการรับพิมพ์เอกสาร ทั้ง รายงาน พริ้นเอกสาร ,บริการเข้าเล่มเอกสาร โดยให้บริการปกพลาสติกสี สันห่วงพลาสติก และปกสันกาว

6. ศูนย์ถ่ายรูปด่วนดิจิตอล (Digital Photo) วินเซ็นท์ฯ ไม่เน้นกับกระแสแฟชั่น เปิดบริการการถ่ายรูปด่วนติดบัตร ลงทุนน้อย แต่ให้ผลตอบแทนสูง ใช้วิวัฒนาการล่าสุดใหม่กับกับเครื่องพิมพ์ที่ภาพระบบกระดาษล้างอัดภาพสี ทำให้คุณภาพดีเท่าระบบดิจิตอลแล็ป แต่ใช้เวลาเพียง 2-3 นาทีเท่านั้น ซึ่งผู้รับบริการสามารถใช้สำหรับสมัครงาน, สมัครเรียน, ติดบัตรพนักงาน, ทำหนังสือเดินทาง (วีซ่า) มีตั้งแต่ ขนาด 4 นิ้ว x 6 นิ้ว จัมโบ้ ,2 นิ้ว x 3 นิ้ว , 1.75 นิ้ว x 1.75 นิ้ว ,1.45 นิ้ว x 2 นิ้ว ,1.25 นิ้ว x 1.65 นิ้ว และขนาด1.45 นิ้ว x 1.65 นิ้ว
ในธุรกิจของร้านแฟรนไชส์วินเซ็นท์ฯ สามารถเปิดร่วมกับธุรกิจอื่นๆเป็นการต่อยอด ยกตัวอย่างศูนย์ล้างอัดภาพสี อัดภาพดิจิตอล,ร้านมินิมาร์ทขายของสะดวกซื้อ, ร้านซักอบรีด ซักแห้ง, ร้านจำหน่าย และให้เช่า วีซีดี ดีวีดี หนังสือ, ร้านกาแฟ เบเกอรี่,ร้านจำหน่ายธุรกิจขายตรง (MLM) , ร้านจำหน่ายเครื่องสำอาง และศูนย์ความงาม และบริการงานด่วน นามบัตร ตรายาง การ์ดต่างๆ และงานโรงพิมพ์ เป็นต้น เพียงแต่ต้องมาจัดพื้นที่ร้านมิให้ขัดแย้งกัน เป็นสัดส่วนชัดเจน จึงจะอยู่ร่วมกันได้

ธุรกิจใหม่ในร้านบริการ เพิ่มขึ้นตลอดเวลา
คุณจิรภัทร เล่าต่อว่า ปัจจุบันวินเซ็นท์ได้ขยายรูปแบบบริการมากขึ้น รองรับกับกระแสเทคโนโลยี ด้วยการจับมือกับเครื่องเติมเงินออนไลน์ e-Pay จำหน่ายบัตรโทรศัพท์ ชั่วโมงอินเตอร์เน็ต และเกมส์ออนไลน์ ทำให้ร้านทันสมัยมากขึ้น ในปัจจุบัน ร้านวินเซ็นท์ฯ ยังมีบริการด้านการทำบัตรเครดิต และสินเชื่อเงินสดให้กับธนาคารและสถาบันการเงินอีก 11 แห่ง ซึ่งร้านแฟรนไชส์เพียงแค่รวบรวมเอกสารของลูกค้าเพียงเล็กน้อยพร้อมใบสมัครและส่งมายังบริษัทฯแม่ จากนั้นเราจะส่งไปยังสถาบันการเงินเพื่ออนุมัติ จากนั้นเมื่อผลอนุมัติออกมา ทางแฟรนไชส์ซีก็จะได้รับค่าคอมมิชชั่น ในอัตราที่ไม่น้อยทีเดียว โดยไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับการติดตามทวงถามหนี้แต่ประการใด เราเรียกธุรกิจนี้เก๋ ๆ ว่า “ธุรกิจชวนคนเป็นหนี้”

ทุกวันนี้ต้องบอกว่า ใครที่ลงทุนกับวินเซ็นท์ฯ จะคุ้มค่ามาก ๆ เพราะ 1. บริษัทมีอำนาจการต่อรองกับผู้ค้าและพันธมิตรมากเนื่องจากเรามีการรวมกลุ่มเข้มแข็ง มีจำนวนการขายและสั่งซื้อมาก 2. ช่วยให้แฟรนไชส์ซีทำเงินมากขึ้น โดยใช้งบเท่าเดิมเพราะเรามีธุรกิจใหม่ ๆ เพิ่มเติมตลอดเวลา

ผู้นำในการสร้างมาตรฐานใหม่ เสนอจุดต่างอย่างสม่ำเสมอ
กรรมการผู้จัดการบริษัท วินเซ็นท์ เซ็นเตอร์เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจน กลายเป็นข้อดีจูงใจผู้สนใจลงทุน ประกอบด้วย

1. ฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ ทางวินเซ็นท์ฯ ได้ลงทุนพัฒนาศูนย์ฝึกอบรม ในรูปแบบห้องปฏิบัติการเรียนรู้คอมพิวเตอร์ (Lab Computer) เพื่อฝึกอบรมผู้ซื้อสิทธิ์แฟรนไชส์ใหม่เป็นประจำทุกเดือน โดยกำหนดให้ผู้ลงทุนเข้าเรียนครั้งละ 4 - 7 ร้าน ต่อครั้ง เพื่อให้สามารถควบคุมการถ่ายทอดความลับทางการค้าอย่างมีประสิทธิ์ภาพ ใช้เวลาฝึกฝนทั้งสิ้นประมาณหนึ่งสัปดาห์ คือทฤษฎี 4 วัน โดยใส่เทคนิคที่ทันสมัยที่สุด ครอบคลุมเทคนิคใหม่ ๆ แจกแจงข้อสังเกต และข้อละเว้น ในการให้บริการแต่ละประเภทอย่างถูกต้อง พร้อมแนะนำการจัดการด้านเอกสาร แนะนำวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ จากประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นมากกว่า300 ปัญหา ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ร้าน สร้างความประทับใจแก่ลูกค้า การบริหารงานบุคคล ระบบภาษี เป็นต้น ส่วนภาคปฏิบัติจะใช้เวลา 2-3 วัน เพื่อทดลองให้บริการจริง กับสถานการณ์ลูกค้าจริง และทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

“ผมมองเห็นความจำเป็นของลูกค้าที่ต้องเรียนรู้ระบบก่อนเริ่มงานจริง เราไม่ต้องการให้ลูกค้าไปลองผิดลองถูก ซึ่งจะส่งผลเป็นภาพลบทั้งกับตัวสาขา และแบรนด์ ซึ่งพนักงานไม่จำเป็นต้องมีความชำนาญเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ เนื่องจากมีโปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นมาให้ใช้งานง่าย และประหยัดค่าใช้จ่าย เรามั่นใจว่าหัวใจของร้านสารพัดบริการ คือการฝึกอบรมอย่างเข้มข้น ให้ได้ผลปฏิบัติได้ ทำงานเป็น แก้ปัญหาเป็น ในธุรกิจนี้เราคือรายแรก และเราคือผู้นำในด้านนี้โดยตรง”

คุณจิรภัทร กล่าวว่า วินเซ็นท์ฯ จะใช้งบลงทุนส่วนใหญ่ในปี 2549 ไปกับการสร้างระบบการเรียนรู้มาตรฐาน เพราะปัจจุบันประเทศไทย ยังมีจุดอ่อนเรื่องการพัฒนาคนน้อยเกินไป ในธุรกิจบริการ ถ้าฝึกอบรมคนมาไม่ดี ปัญหาจะตามมามาก ใครจะซื้อแฟรนไชส์ด้านบริการ ต้องดูด้วยว่าบริษัทแม่ฝึกอบรมได้แค่ไหน มีประสบการณ์ที่เป็นตัวเป็นตนแค่ไหน มีห้องฝึกอบรมที่ได้คุณภาพไหม มีวิทยากรช่วยเหลือเรากี่คน วิทยากรชำนาญแค่ไหน อันนี้ต้องตอบผู้ลงทุนให้ได้

2. การนำระบบซอฟท์แวร์มาช่วยระบบการจัดการภายในร้าน โดยใช้เงินลงทุนและเวลาในการพัฒนาระบบเป็นรายแรก ที่ดำเนินการสร้างระบบจากปัญหาจริง ๆ โดยระบบเน้นการบริการรวดเร็ว ลดความผิดพลาด ได้รับความน่าเชื่อถือจากลูกค้า ผ่านโปรแกรม One Stop Service V2.0

โปรแกรมนี้ออกแบบจากปัญหากว่า 200 รูปแบบที่พบเป็นประจำ เปลี่ยนให้ใช้งานง่ายด้วยระบบภาษาไทย สามารถคำนวณราคาไปรษณีย์ทุกประเภท รองรับทุกบริการ และจัดการกับบริการที่หลากหลายได้ไม่ยาก มีระบบฐานข้อมูลสมาชิก เพื่อการตลาดของร้านขั้นสูง และรักษาลูกค้าประจำไว้ ช่วยทำบัญชีสำหรับ SMEs อ่านผลประกอบการง่าย รู้กำไร ต้นทุน สถานการณ์ สามารถตรวจสอบการทุจริตของพนักงานได้ ด้วยระบบตรวจการพิเศษ (Eye Safety ) กำหนดสิทธิ์พนักงาน ผู้จัดการร้าน และเจ้าของร้าน ให้ใช้งานได้เฉพาะหน้าที่ของตน ตรวจสอบค้นหา ความผิดพลาดจากเอกสาร ภายในเวลา 1 นาที ( Fast Search) พร้อมรับประกันเอกสาร และยืนยันเช็คสถานะติดตาม เนื่องจากระบบจะจัดเก็บหลักฐานการทำรายการชัดเจนมากกว่า 1 ชุด เพื่อป้องการเหตุฉุกเฉิน มีระบบควบคุมการจัดส่งพัสดุ สามารถตรวจสอบการจัดส่งสิ่งของและเงินของร้านได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ ระบบยังช่วยออกหลักฐานการรับเงินให้ลูกค้าได้รวดเร็ว ตรวจสอบซ้ำได้ อีกทั้งยังโดดเด่นที่ฟังก์ชั่นการใช้งาน เช็คเวลาเข้า-ออกพนักงาน ด้วยรหัสดิจิตอล พร้อมประมวลผลเวลาทำงานทั้งเดือน เพื่อสะดวกในการคิดเงินเดือน เบี้ยขยัน ค่าล่วงเวลา และท้ายสุดสามารถเพิ่มบริการและสินค้าอื่นๆได้ไม่จำกัด และไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม และสามารถขายสินค้า และบริการได้รวดเร็ว ด้วยปุ่มขายด่วน ( Hot Key)

นอกจากนั้น ยังมีอุปกรณ์งานสำนักงานต่าง ๆ ที่ใช้งานง่าย มีเทคโนโลยีทันสมัย รวดเร็ว และเสริมความปลอดภัยภายในร้านด้วยการส่งเสริมการติดตั้งกล้องวงจรปิดระบบ GVDS ในร้านเพื่อตรวจสอบการทุจริต การโจรกรรม

3. บริการพิเศษระหว่างดำเนินกิจการ เป็นระบบการให้บริการที่ช่วยให้แฟรนไชส์ซีอุ่นใจได้ ว่าปัญหาที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน จะได้รับคำแนะนำและแก้ไขทันท่วงที กับสุดยอด 8 บริการ ได้แก่

1. Consulting Call บริการที่ปรึกษาทางโทรศัพท์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับปรึกษาและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า รวมถึงความรู้และบริการใหม่ที่เพิ่มขึ้นรับปรึกษา โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลลูกค้า
2. S.O.S Service on Site แก้ปัญหาถึงที่ร้าน อาทิ กรณีระบบซอฟท์แวร์ล่ม ผ่านทีมช่างผู้ชำนาญการ ที่มีความรู้และประสบการณ์ที่ในงานเฉพาะด้านของอุปกรณ์เครื่องใช้ ดูแลเอาใจใส่ในการติดตั้งและวางระบบงานของ วินเซ็นท์ เซ็นเตอร์ เซอร์วิส
3. Computer Support หากร้านค้ามีปัญหาที่เครื่องคอมพิวเตอร์ ทางบริษัทจะเปลี่ยนอุปกรณ์ให้สำรองระหว่างซ่อม
4. System Support รับประกันระบบตลอดอายุสัญญา
5. Up Grade System อัพเกรดระบบฟรีตลอดอายุสัญญา
6. Contact Business บริการเพิ่มธุรกิจใหม่ ให้ร้านมีความหลากหลายในธุรกิจเพิ่มขึ้น พร้อมการฝึกอบรมธุรกิจใหม่
7. S.M.S to You ส่งข้อมูลข่าวสารด่วน ในรูปแบบข้อความสั้นผ่านมือถือ
8. Private Web เว็บไซต์ส่วนตัวของแฟรนไชส์ซี ภายใน www.winsent.com ให้ข้อมูลข่าวสารใหม่ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เนท ทีหน้า Customer Area

ผลตอบแทนการลงทุนที่น่าสนใจ
เมื่อกล่าวถึงอัตราการให้ผลตอบแทนการลงทุนนั้น น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะธุรกิจที่วินเซ็นท์ฯ นำมาใส่ไว้ในร้านสารพัดบริการ เป็นธุรกิจที่มีการทำการอยู่แล้ว พบเห็นได้ทั่วไป แต่ด้วยไอเดียบวกดีกรีวินเซ็นท์ ทำให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจจะไปรอด คุณจิรภัทรกล่าวว่า “ ลองคิดเล่น ๆ ดูนะครับว่า ธุรกิจไปรษณีย์เอกชน เราพบเห็นกันทั่วไปตามห้างสรรพสินค้าที่ค่าเช่าแพงแสนแพงก็อยู่กันได้ ส่วนจุดรับชำระเงิน เราพบเห็นตามร้านสะดวกซื้อชื่อดังก็โตขึ้นทุกปี ถ้าศูนย์ประกันภัย พรบ. เราเห็นกันเยอะแยะตามอาคารพาณิชย์ อู่ซ่อมรถ ในเรื่องจองตั๋วก็คงเคยเห็นเอเย่นต์ขายตั๋วเครื่องบินบ่อย ถ้าถ่ายรูปด่วน หรือถ่ายเอกสารก็เคยเห็นตามแล็ปสี หรือเห็นทั่วไปตามชุมชน ดังนั้นธุรกิจที่แฟรนไชส์วินเซ็นท์ทำ เป็นธุรกิจที่มีกันอยู่แล้ว แต่แยกกันอยู่แยกกันทำ ก็เห็นว่า ธุรกิจต่าง ๆ อยู่กันได้ดี ถ้ามารวมกันในร้านเดียวรูปแบบวินเซ็นท์ฯ ใส่ระบบจัดการดี ๆ ใช้พนักงานน้อยๆ ทำไมจะไม่รวยล่ะ ! ”
แต่อย่างไรก็ดีในแง่ธุรกิจ ทำเลที่ตั้ง เป็นเรื่องที่มีผลที่สุดในการทำร้าน เพราะถ้าทำเลแย่ โอกาสจะไปไม่รอดก็มีเหมือนกัน และเช่นเดียวกัน ถ้าพนักงานในร้านไม่ใส่ใจ โอกาสลูกค้าจะเมินหน้าหนีก็มีเหมือนกัน ดังนั้น ต้องพิจารณาทำเล และคัดเลือกคนที่จะเข้าทำงานในร้านด้วย


ลงทุนอย่างมืออาชีพกับเงื่อนไขพิเศษ
สำหรับรูปแบบการลงทุนแฟรนไชส์ “วินเซ็นท์ เซ็นเตอร์ เซอร์วิส” เริ่มต้นงบประมาณการลงทุนทั้งสิ้น 255,000 – 450,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดธุรกิจและการตกแต่ง (รวมอุปกรณ์ทั้งหมด , การวางระบบ,การฝึกอบรม , โปรแกรมซอฟแวร์ ,การตกแต่งป้าย,เคาน์เตอร์ ,ระบบคอมพิวเตอร์,อุปกรณ์สำนักงาน,เครื่องใช้สิ้นเปลือง) ซึ่งไม่มีค่าแฟรนไชส์แรกเข้า และงบประมาณลงทุนสามารถร่วมหารือและกำหนดร่วมกันกับผู้ลงทุนได้ตามสถานที่ที่เหมาะสม
ในส่วนการบริการที่ดีหลังการเปิดร้าน ทางวินเซ็นท์ฯ ได้กำหนดสำหรับค่าธรรมเนียม หรือ สิทธิต่อเนื่อง ( Loyalty Fees ) ในอัตรา 5 % ของกำไรเบื้องต้น ซึ่งจะยกเว้นในช่วงตั้งตัวกิจการใหม่ 3 เดือนแรก และยังได้ตั้งกองทุนโฆษณาและประชาสัมพันธ์ เพื่อรวมกลุ่มกันโฆษณาและสร้างแบรนให้กับทุกแฟรนไชส์ด้วย โดยจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการผลิต ตกแต่ง ฝึกอบรม ไม่เกิน 30 วัน นับตั้งแต่ลงนามในสัญญา โดยมีอายุสัญญา 5 ปี อัตราคืนทุนเฉลี่ยจากสถิติแฟรนไชส์ซีในอดีต คือ 1 ปี – 1.5 ปี ขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับทำเลและความพลุกพล่าน)
ขนาดพื้นที่ของร้าน จะเป็นอาคารพาณิชย์ 1 ห้อง หรือบูธในห้างสรรพสินค้า พื้นที่ประมาณ 12 – 50 ตารางเมตร สามารถทำธุรกิจของวินเซ็นท์ครบทุกตัว หรืออาจทยอยเริ่มทำธุรกิจเป็นบางตัวก่อนได้ตามความเหมาะสมของทำเล และงบลงทุน อุปกรณ์บางอย่างสามารถเช่าได้ หากไม่มีความพร้อมจะลงทุนซื้อ เช่นเครื่องถ่ายเอกสาร เป็นต้น
คิดธุรกิจรอบด้าน เผื่อสถานการณ์ฉุกเฉิน
ในเมื่อเป็นธุรกิจก็ย่อมมีความเสี่ยงเกิดขึ้นไป เราจึงมีโครงการพิทักษ์ความเสี่ยงของธุรกิจ เมื่อเปิดร้านใหม่ในช่วงแรก ๆ ลูกค้ายังน้อยเพราะอาจจะยังเพิ่มรู้จัก ร้านส่วนใหญ่จะใช้เงินทุนสำรองในการหล่อเลี้ยงกิจการช่วงแรก ทางบริษัทฯจึงมีโครงการประกันรายได้ขั้นต่ำ 20,000 บาทช่วงตั้งต้นกิจการ โดยแฟรนไชส์ซีสามารถสมัครเข้าโครงการได้เพื่อลดความเสี่ยงในการดำเนินกิจการ โดยหากรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ดังกล่าว บริษัทฯจะเป็นผู้ชดเชยรายได้ให้แก่แฟรนไชส์ซี
หากรายได้ของแฟรนไชส์ซี อยู่ในขั้นวิกฤตเพราะทำเลไม่ดี ยอดขายไม่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ การผลิตอุปกรณ์ตกแต่งของบริษัทฯได้จัดทำเผื่อไว้ด้วยแนวคิดระบบEasy to Move เพื่อป้องกันกรณีพื้นที่ตั้งร้านทำเลไม่เหมาะสม และมีปัญหาจนกระทั่งไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้จะได้ง่ายต่อการขนย้าย ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำเล เรียกได้ว่า นอกจากธุรกิจนี้จะคิดในทางได้ ทางกำไรร่ำรวยแล้ว ยังมองโครงการเผื่อไว้กรณีธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จอีกด้วย ในอนาคตอันใกล้นี้ บริษัทฯจะเปิดโครงการรับซื้ออุปกรณ์ของร้านคืนหากแฟรนไชส์ซีไม่ประสบความสำเร็จแบบสิ้นเชิง เพื่อให้นักลงทุนมั่นใจกับธุรกิจของวินเซ็นท์ฯ มากยิ่งขึ้น

คุณจิรภัทร กล่าวว่า ความเสี่ยงของธุรกิจ ขึ้นอยู่กับทำเลเป็นสำคัญ ซึ่งพื้นที่ดีๆควรจะอยู่ในย่านห้างสรรพสินค้า ตลาดสด หมู่บ้านหรือแฟลตขนาดใหญ่ นิคมอุตสาหกรรม เขตชุมชน ย่านการศึกษา ย่านธุรกิจ สำนักงาน อาคารสูง ริมถนนที่คนผ่านพลุกพล่าน ฯลฯ

พร้อมกันนั้น แฟรนไชซียังเตรียมบุคลากร ประมาณ 2-3 คนต่อหนึ่งสาขา และเมื่อต้องพนักงานอยู่กับเอกสารและเงิน ทำให้บริษัทฯ กำหนดระบบการค้ำประกันพนักงานเข้าใหม่ของแฟรนไชส์ซีแบบ 3 ชั้นเพื่อป้องกันปัญหาด้านการทุจริตอีกทั้งหนึ่ง ทั้งนี้ ผู้ประกอบการต้องมีคุณสมบัติ ใจรักบริการ มีเวลาพร้อมดูแลคุณภาพร้านอย่างสม่ำเสมอ พร้อมความสุขกับการให้บริการลูกค้า ซึ่งจะทำให้ลูกค้าของร้านติดใจ และกลับมาใช้บริการอีก

ในปัจจุบันวินเซ็นท์ เซ็นเตอร์เซอร์วิส ทำงานใกล้ชิดกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย ที่ประสานงานในด้านการขออนุญาตตั้งร้านเกี่ยวข้องกับไปรษณีย์อย่างถูกต้องตามกฎหมายให้ทุกร้านมีใบอนุญาตตามที่ภาครัฐกำหนด ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ทางบริษัทฯ เน้นจะทำธุรกิจอย่างถูกต้อง โปร่งใส ชัดเจน หากทำธุรกิจแล้วไม่ชัดเจน ไม่มีมาตรฐาน เน้นแต่จะขายเพื่อกอบโกยกำไร อันนี้เป็นอันตรายต่อแฟรนไชส์ซีอย่างยิ่ง คุณจิรภัทร กล่าว

ขณะนี้ วินเซ็นท์ เซ็นเตอร์เซอร์วิส ได้ผ่านร้อนผ่านหนาว สยายปีกทั่วประเทศมีร้านแฟรนไชส์ไปแล้วมากกว่า 75 แห่ง เรียกกว่ามากที่สุดในกลุ่มธุรกิจด้านบริการแขนงนี้ และตั้งเป้าในปี 2549 มีสาขาเพิ่มอีก 85 สาขา รวมเป็นทั้งหมด 150-200 สาขา มีธุรกิจใหม่เพิ่มเติมในร้านตลอดเกือบทุกเดือน มีพนักงานแผนกดูแลลูกค้าร้านแฟรนไชส์ซีโดยตรง และมีแนวโน้มเติบโตเป็นขั้นเป็นตอนอย่างพอเพียง เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งและมั่นคงที่สุด อันจะก้าวไปสู่มาตรฐานใหม่ที่เหนือกว่า...

สนใจสอบถามข้อมูล/ บริษัท วินเซ็นท์ เซ็นเตอร์เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด
www.winsent.com
โทร. 02-3774524 , 02-7329846 , 01-2012196-7 , 09-7407927
E-mail :marketing@winsent.com

 


บริษัท วินเซ็นท์ เซ็นเตอร์เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด เลขที่ 2220/21 ซ.รามคำแหง 36/1 ถ.รามคำแหง หัวหมาก บางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
Tel. 02- 3774524 , 02-7329846, 01-2072196, 01-2072197, 09–7407927,05-9176620 Fax. 02-3749866 e-mail address : win_sent@yahoo.com